5 วิธีขจัดความขี้เกียจ ให้ได้ผลชะงัก!!

วันนี้ผมมีเทคนิคง่ายๆ ในการที่จะทำให้คุณเป็นคนขยันขึ้น นั่นก็คือ 5 วิธีขจัดความขี้เกียจ เรามาดูกันว่าเราจะจัดการมันยังไงให้ได้ผลสุดๆ!! เพื่อนๆเคยได้ยินคำคมนี้ไหมครับ “ขยันให้เหงื่อออกตามรูขุมขน ดีกว่าขี้เกียจแล้วยากจน…จนน้ำล้นออกทางตา” คำคมเด็ดจากโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อหนึ่ง คำคมนี้มาจากคำสอนของพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสแห่งวัดสวนแก้ว เค้าว่าคำคมนี้ยังเปรียบเสมือน “ยันต์แก้จน” แก่ปุถุชนทั้งหลายที่ล้วนจำขึ้นใจนำไปปฏิบัติเพื่อใช้ดำเนินชีวิต ซึ่งก็ถือเป็นสัจธรรมแห่งความจริงตามคำพระท่านสอน เพราะไม่ว่าบุคคลใดก็ตามที่ประกอบสัมมาอาชีพต่างๆ ล้วนต้องมีความมุมานะ มุ่งมั่นตั้งใจ และเพียรพยายาม ที่สำคัญคือตั้งอยู่บนบรรทัดฐานของความสุจริต บุคคลนั้นย่อมจะประสบความสำเร็จ แต่แล้วกิเลสย่อมเหนือกว่าสิ่งดีๆทุกครั้งไป มีหลายๆคนรวมทั้งผมทั้งคุณเองที่บางครั้งก็ห้าม “ความขี้เกียจ” ไม่ได้สักที ทั้งๆที่รู้ว่าหากเราไม่ขี้เกียจ หากเราหาวิธีขจัดความขี้เกียจไปได้ เราจะกลายเป็นคนรวย เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก…

คำถามคือ แล้วเราจะมีวิธีจัดการความขี้เกียจอย่างไรล่ะ?

5 วิธีขจัดความขี้เกียจ

ผมได้ตั้งคำถามนี้กับเพื่อนๆในกลุ่มของ ทํางานผ่านเน็ตไทย เองรวมถึงได้ค้นคว้าหาวิธีจากประสบการณ์ของตัวเองรวมถึงใน Internet และหนังสือต่างๆด้วย ก็จับวิธีเด็ดๆมาให้เพื่อนๆได้ลองปฏิบัติกันครับ

1. เด็ดสุดคือกระตุ้นแรงบันดาลใจ

แรงบันดาลใจเป็นบ่อเกิดแห่งพลังอำนาจทั้งปวง คนเราทุกคนล้วนมีสิ่งที่ตัวเองต้องการ อยากจะได้ อยากจะเป็นกันทุกคน ในหนทางสู่จุดหมายของเรามันมีระยะทาง บ้างใกล้ บ้างไกล แต่ส่วนใหญ่จะเป็นหนทางอันยาวไกลทั้งสิ้น ในระหว่างทางนั้นแหละ ที่ทำให้เราเอื่อยเฉื่อยจนหลงลืมจุดประสงค์ของการเดินทางไป ทำให้ขนแห่งความขี้เกียจเริ่มเกาะกินภาพแห่งความสำเร็จไปเรื่อยๆจนรกรุงรัง จนเราแทบมองไม่เห็น เราจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรีบหาวิธีขจัดความขี้เกียจ และสิ่งที่ดีมากๆคือการกระตุ้นแรงบันดาลใจของเราด้วยคำถามสองคำถามคือ “ทำไม” และ “เพื่ออะไร”

เพื่อนๆลองทบทวนถึงสิ่งที่เพื่อนๆทำอยู่ในขณะนี้ว่าเราทำไปทำไม ถ้าคำตอบมันไม่ใช่การเดินเข้าสู่จุดมุ่งหมายก็เตรียมตัวย้ายก้นไปทำในสิ่งที่มุ่งหาเป้าหมายของเราดีกว่า และถามต่อว่าเราเดินเข้าสู่เป้าหมายนั้น เราทำเพื่ออะไร… จงพยายามหาคำตอบให้ได้หลายๆเหตุผล การที่เรามีเหตุผลของการมุ่งสู่เป้าหมายเยอะ มันยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เราหายขี้เกียจ และลุกขึ้นมาทำงานต่อได้ วิธีนี้ทรงพลังมากๆเลยครับ อย่าดูถูกเชียว!

2. เงยหน้า 45 องศา กำหมัดแล้วชูมือขึ้นเหนือหัว

วิธีสุดเด็ดจากหนังสือ “เปลี่ยนตัวเองใน 5 นาที” ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ที่เค้าแนะนำวิธีขจัดความขี้เกียจแก่เราเพียงสั้นๆว่า ให้กลั้นใจแล้วลุกขึ้นมา มองหน้าขึ้นฟ้าทำมุม 45 องศา สายตาทำมุม 60องศา กำหมัดแล้วชูมือขึ้นเหนือหัว มือเท้าเอวหนึ่งข้าง ยืนแยกขากว้างประมาณบ่า…

วิธีนี้ดูเหมือนจะเป็นวิธีบ้าๆ ออกแนวต๊องๆ แต่เชื่อเถอะครับว่าถ้าได้ทดลองทำ คุณจะติดใจ(ทุกวันนี้ผมทำบ่อย ฮา) เพราะนอกจากเราขจัดความขี้เกียจได้แล้ว ยังทำให้เรารู้สึกสดชื่นพร้อมจะลุยทุกอย่างในวันนั้นกันเลยล่ะ

3. เขียนปฏิทินงาน

การเขียนปฏิทินงานนับเป็นวิธีขจัดความขี้เกียจที่นิยมกันมาก ถึงแม้มันจะออกแนววิชาการไปหน่อยเพราะเมื่อเราบอกว่า “ตารางงาน” เราจะนึกถึงนักธุรกิจใหญ่โตหรือผู้บริหารอาวุโส แต่… วิธีการเขียนปฏิทินงานนั้นสามารถใช้ได้กับทุกเพศทุกวัยครับ ขอแค่คุณมีความฝันเท่านั้นเอง เพราะการเขียนปฏิทินงานจะช่วยให้คุณรู้ว่า วันนี้คุณต้องทำอะไร พรุ่งนี้คุณต้องทำอะไร มันช่วยให้คุณจัดการกับชีวิตได้ง่ายขึ้น

ผมเป็นคนหนึ่งที่จะรู้สึกขี้เกียจมากๆเวลาที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองต้องทำอะไร หรือมีอะไรให้ต้องทำเยอะแยะมากมายในเวลาเดียวกัน แต่การเขียนปฏิทินงานช่วยผมได้เยอะ มันทำให้ผมแยกแยะงานก่อนหลังได้ ทำให้ผมโฟกัสกับงานที่ได้ลงตารางไปแล้วให้เสร็จได้ภายในเวลาอันสั้น และเมื่อผมพลิกกับไปดู “ปฏิทินย้อนหลัง” ที่ผมได้บันทึกมา ก็ปรากฏว่า ผมทำอะไรไปได้เยอะเลยทีเดียว นั่นก็เท่ากับว่า เราไม่ขี้เกียจเลยสักนิดใช่ไหมครับ 🙂

4. สุดแนวด้วยแนวทาง Push & Pull (จากพี่ต่อ)

ถ้าจะเอ่ยถึงเทคนิค push & pull สำหรับนักการตลาดจะได้ยินคำนี้บ่อยๆ เพราะมันเป็นหนึ่งในเทคนิคการขายที่ว่า “ผลักก่อนเพื่อดึงได้มากขึ้น” ซึ่งเป็นเทคนิคขั้นสูงก็ว่าได้ครับ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะใช้เทคนิคนี้กันได้คล่อง แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือพี่ต่อ(Nippich Mathayomchan) ได้นำเทคนิคนี้มาประยุกต์ใช้จนได้ครับ

5. เปลี่ยนแรงกดดัน เป็นแรงผลักดัน

วิธีขจัดความขี้เกียจข้อนี้ผมชอบมากๆ ผมเชื่อว่ามีหลายคนเลยครับที่กำลังจะทำอะไรตามฝันของตัวเองหรือคิดที่จะทำธุรกิจแล้วก็โดนคนรอบข้างบอกว่า “แกทำไม่ได้หรอก” , “อย่าไปทำเลย ไม่เห็นมีใครทำได้สักคน” , “เรียนก็ไม่จบ จะไปทำอะไรได้” บลาๆๆ… ใช่แล้วครับ สิ่งนั้นก็คือ “คำดูถูก” นั่นเอง

คำดูถูก เปรียบเสมือนเป็นดาบนะครับ หากเราคิดว่ามันคือดาบที่กำลังมุ่งเข้ามาทิ่มแทงเรา มันก็จะทิ่มแทงเรา แต่หากเราคิดว่ามันคืออาวุธชั้นเลิศ มันก็จะกลายเป็นอาวุธชั้นเลิศที่เราครอบครองอยู่ การเปลี่ยน “คำดูถูก” ซึ่งเปรียบเสมือนแรงกดดัน ให้กลายเป็นแรงบันดาลใจหรือแรงผลักดันได้นั้น นับว่าเราสอบผ่านทุกประการเลยครับ เพียงเท่านี้เราก็สามารถทำให้ตัวเองกลับขึ้นมาขยันได้อีกครั้ง หลังจากหลับไหลอยู่กับความขี้เกียจจากแรงกดดันอยู่นาน

ทั้ง 5 วิธีขจัดความขี้เกียจ ที่ผมนำมาแบ่งปันนี้

นับเป็นหนทางหนึ่งเท่านั้นที่เราจะขจัดความขี้เกียจออกไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งนี้ก็เป็นเพียง “วิธีการ” เท่านั้น หากเราจะให้มันได้ผลจริงๆเราก็ต้องนำมันไปปฏิบัติอย่างจริงจัง แล้วเชื่อได้เลยว่า ไม่ว่าคุณจะปฏิบัติตามวิธีขจัดความขี้เกียจข้อไหนก็ตาม หากมันเป็นหนทางที่มุ่งสู่เป้าหมายของคุณ คุณก็จะกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

ก็แค่เด็กติดเกมที่ทำงานผ่านเน็ตมา 7 ปี ไม่มีอะไรจะแบ่งปันนอกจากประสบการณ์จริง ของการสร้างเงินล้านจากอินเตอร์เน็ต โดยไม่ออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว

“ชีวิตที่ไม่มี Passive income เป็นชีวิตที่เหนื่อยไม่รู้จบ”

แสดงความคิดเห็น